สไปเดอร์-นัวร์: ไอ้แมงมุมพันธุ์นรก (Spider-Noir) EP.1-8
ถ้า Spider-Man ที่คุ้นเคยคือฮีโร่หนุ่มพลังล้น Spider-Noir ก็คือด้านตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง โลกของเขาไม่มีสีสันสดใส ไม่มีมุกวัยรุ่น และไม่มีชัยชนะที่สวยงาม มีเพียงเมืองที่เต็มไปด้วยควันปืน มาเฟีย และผู้คนที่ถูกความสิ้นหวังกัดกินอยู่ทุกคืน
สไปเดอร์-นัวร์: ไอ้แมงมุมพันธุ์นรก (Spider-Noir) พาผู้ชมย้อนกลับไปยังนิวยอร์กยุค 1930s ผ่านบรรยากาศฟิล์มนัวร์เข้มข้น พร้อมการตีความฮีโร่แมงมุมในเวอร์ชันที่หม่น ดิบ และเจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่ง
ฮีโร่ที่เคยหายไปจากเมือง กลับมาสวมหน้ากากอีกครั้ง
เรื่องราวติดตาม “Ben Reilly” นักสืบเอกชนวัยดึกผู้ใช้ชีวิตอย่างตกอับในนครนิวยอร์ก เขาเคยเป็นซูเปอร์ฮีโร่เพียงคนเดียวที่ผู้คนรู้จักในชื่อ The Spider แต่หลังเผชิญโศกนาฏกรรมส่วนตัวและบาดแผลที่ไม่มีวันลืม เขาก็ตัดสินใจทิ้งหน้ากากไว้เบื้องหลัง
ชีวิตของเขาเหลือเพียงงานสืบสวนเล็ก ๆ กับเมืองที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชันและอำนาจมืด จนกระทั่งคดีปริศนาบางอย่างลากเขากลับเข้าสู่เส้นทางเดิมอีกครั้ง
และยิ่งเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร Ben ก็ยิ่งหลีกหนีอดีตของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
Spider-Man เวอร์ชันที่เต็มไปด้วยเงาและบาดแผล
สิ่งที่ทำให้ Spider-Noir แตกต่างชัดเจน คือบรรยากาศแบบหนังนัวร์คลาสสิก ทั้งเมืองฝนตก ถนนเปียกแสงไฟสลัว และตัวละครที่เต็มไปด้วยความหม่นเศร้า
Ben Reilly ในเวอร์ชันนี้ไม่ใช่ฮีโร่ผู้มีความหวัง แต่เป็นชายที่เหนื่อยล้ากับโลก และกำลังพยายามหาความหมายของการต่อสู้อีกครั้ง
Nicolas Cage ถ่ายทอดตัวละครออกมาในโทนสุขุม ดิบ และมีความแตกสลายในสายตาตลอดเวลา จนทำให้ Spider-Noir ดูเหมือนเรื่องของ “คนแก่ที่เคยเป็นฮีโร่” มากกว่าซีรี่ย์ซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป
สำหรับคนที่ชอบ ซีรี่ย์จาก Amazon Prime Video แนวดาร์ก แอ็กชัน และโลกฮีโร่ที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เรื่องนี้ให้อารมณ์ต่างจาก Spider-Man เวอร์ชันอื่นอย่างชัดเจน
นิวยอร์กที่เต็มไปด้วยมาเฟีย ความสกปรก และคนที่ไม่มีทางเลือก
นอกจากเส้นเรื่องของฮีโร่ ซีรี่ย์ยังใช้โลกใต้ดินของนิวยอร์กยุค 30s มาเป็นแกนสำคัญ ทั้งแก๊งมาเฟีย การเมืองสกปรก และระบบที่ปล่อยให้คนมีอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย
ทุกคดีที่ Ben เข้าไปเกี่ยวข้องจึงไม่ได้มีแค่การไล่ล่าคนร้าย แต่ยังค่อย ๆ เปิดเผยด้านมืดของเมืองที่ครั้งหนึ่งเขาเคยพยายามปกป้อง
ยิ่งเรื่องเดินหน้า ก็ยิ่งเห็นว่าศัตรูที่แท้จริงอาจไม่ใช่อาชญากรคนใดคนหนึ่ง แต่คือสังคมที่ปล่อยให้ความเลวร้ายกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
งานภาพและโทนของซีรี่ย์ยังช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีมาก ทั้งแสงเงา เสื้อโค้ตเก่า ๆ ห้องสืบสวนอับชื้น และเพลงแจ๊สหม่น ๆ ที่ทำให้ทั้งเรื่องมีกลิ่นอายหนังสืบสวนคลาสสิกชัดเจน
ถ้าชอบโลกซูเปอร์ฮีโร่ที่เต็มไปด้วยความโหด ดาร์ก และการตั้งคำถามกับศีลธรรม อาจดูต่อกับ ก๊วนหนุ่มซ่าล่าซูเปอร์ฮีโร่ (The Boys 5) ที่นำเสนอด้านมืดของเหล่าฮีโร่อีกมุมหนึ่ง
Spider-Noir จึงไม่ใช่แค่เรื่องของไอ้แมงมุมในชุดสีดำ แต่คือเรื่องของชายคนหนึ่งที่พยายามลุกขึ้นสู้กับความมืดของเมืองอีกครั้ง แม้ตัวเขาเองจะเกือบถูกมันกลืนหายไปแล้วก็ตาม
