แพ้ทางรัก (Lost To You) EP.1-12
บางความรักไม่ได้เริ่มจากความสุข แต่มันเริ่มจากคนสองคนที่ต่างรู้สึกว่าโลกนี้ไม่เคยมีที่ให้ตัวเองเลย และ Lost To You ก็พาคนดูเข้าไปอยู่ตรงกลางของความสัมพันธ์แบบนั้นตั้งแต่ช่วงแรกของเรื่อง
เมื่อคนหนึ่งกำลังนับเวลาชีวิต ส่วนอีกคนถูกสังคมตัดสินไปแล้ว
จ่านวั่ง เด็กหนุ่มวัย 17 ปี เดินทางกลับมายังบ้านเกิดพร้อมความลับที่ไม่มีใครรู้ว่า เขาป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย เวลาของเขากำลังเหลือน้อยลงทุกวัน แต่แทนที่จะเลือกใช้ช่วงสุดท้ายอย่างเงียบๆ เขากลับได้พบกับสวี่หยวน เด็กเรียนเก่งที่ถูกผู้คนในเมืองมองว่าเป็นตัวนำโชคร้าย
สวี่หยวนเติบโตมาพร้อมคำซุบซิบและสายตารังเกียจ ผู้คนเชื่อว่าใครเข้าใกล้เขามักจะเจอเรื่องเลวร้ายตามมา จนชีวิตของเขาเหมือนถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่ยังไม่ทันได้เลือกอะไรด้วยตัวเอง
การเจอกันของทั้งคู่จึงไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบโรแมนติกสดใส แต่เป็นการที่คนสองคนซึ่งต่างถูกชะตาชีวิตเล่นงาน เริ่มมองเห็นกันและกันในวันที่ไม่มีใครเหลืออยู่ข้างตัว
ความเงียบและบรรยากาศหม่นคือสิ่งที่ค่อยๆ ทำให้เรื่องหนักขึ้น
ซีรี่ย์ไม่ได้เร่งสร้างดราม่าหรือพยายามบีบอารมณ์คนดูตลอดเวลา แต่ใช้จังหวะนิ่งๆ และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ใกล้กันทีละนิด ทำให้ความรู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่ต้องพึ่งฉากใหญ่
สิ่งที่เรื่องทำได้ดีคือการทำให้ “เวลา” กลายเป็นแรงกดดันอยู่ตลอด เพราะคนดูรู้ตั้งแต่ต้นว่าจ่านวั่งอาจไม่มีอนาคตยาวไกลเหมือนคนอื่น ทุกช่วงเวลาธรรมดาจึงดูมีความหมายมากขึ้นกว่าปกติ
ถ้าใครติดตาม ซีรี่ย์วาย ที่เน้นบาดแผลทางอารมณ์และความสัมพันธ์แบบค่อยๆ พัฒนา เรื่องนี้ค่อนข้างให้อารมณ์ต่างจากสายโรแมนติกเบาสมอง เพราะหลายช่วงเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ความกลัว และความรู้สึกว่าชีวิตอาจไม่มีเวลาเหลือมากพอ
เรื่องของ “คำสาป” ถูกใช้แทนการตีตราจากสังคม
แม้ตัวเรื่องจะพูดถึงดาวหางและโชคชะตา แต่แกนจริงๆ กลับเป็นเรื่องของการผลักใครบางคนออกจากสังคม สวี่หยวนไม่ได้ถูกทำร้ายด้วยสิ่งลี้ลับ แต่ถูกทำร้ายจากความเชื่อและความกลัวของผู้คนรอบตัว
ยิ่งจ่านวั่งเข้าใกล้เขามากเท่าไร ทั้งคู่ก็ยิ่งเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรียกว่าโชคร้ายจริงๆ แล้วเกิดจากชะตากรรม หรือเกิดจากผู้คนที่เลือกตัดสินกันเองตั้งแต่แรกมากกว่า
ความรักในเรื่องไม่ใช่การเยียวยาทุกอย่างให้สมบูรณ์
Lost To You ไม่ได้พยายามทำให้ความรักดูสวยงามไร้ปัญหา แต่มองมันเป็นที่พักพิงเล็กๆ ของคนที่กำลังแตกสลาย และนั่นทำให้หลายฉากของเรื่องเศร้าแบบเงียบๆ มากกว่าดราม่าหนักที่พยายามเรียกน้ำตาตรงๆ
ตัวซีรี่ย์มีทั้งเวอร์ชันซับไทยและพากย์ไทย และด้วยจำนวนตอนที่ไม่ยาวมาก ทำให้เรื่องยังรักษาโทนอารมณ์หม่นและความสัมพันธ์ของตัวละครไว้ได้ต่อเนื่องโดยไม่หลุดจังหวะ
และถ้าชอบเรื่องราวของคนสองคนที่ถูกโชคชะตาผลักให้เดินเข้าหากัน ลอง อีกเรื่องที่พูดถึงสายสัมพันธ์และความผูกพันที่ค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตของตัวละครท่ามกลางสถานการณ์กดดัน
แพ้ทางรัก เป็นซีรี่ย์ที่ไม่ได้ถามว่าความรักจะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่กำลังถามว่า ในวันที่โลกทั้งใบดูไม่เหลือที่ให้ใครสักคน คนเราจะยังกล้ารักกันอยู่หรือไม่มากกว่า
